อัพคั่นเวลา

posted on 10 Jul 2008 09:09 by hentaisan  in CameKo-Mode

โดยส่วนตัว ผมอยากได้มือถือที่กล้องคุณภาพดีๆหน่อย เวลาเจออะไรแปลกๆฮาๆในชีวิตประจำวัน ยังสามารถเก็บเอามาดูเวลาว่างได้ ไอ้ครั้นจะพกกล้องดิจิตอลติดตัวตลอดก็ไม่ไหว เพราะกล้องที่มีก็ใหญ่ หนัก ไม่ใช่ตระกูลตัวบางๆของโซนี่ซะด้วย แถมกลัวทำหายอีกต่างหาก

มือถือที่ใช้อยู่ตอนนี้ (Motorola E6) คุณภาพกล้องมันก็ใช้ได้ล่ะนะ  ถึงจะไม่มี Auto Focus ก็เถอะแค่ปรับแสงนิดหน่อยก็ใช้ได้แล้ว

ต่อไปนี้ เป็นคอลเลคชั่นภาพจากกล้องมือถือผมเอง 

รถคันนี้คงออกต่างประเทศบ่อย 

 

 ตกลงพี่จะเป็น Load of speed หรือ Lord of speed

 

 เป็นเคสที่น่าเอาไปใส่ในรถ  เผื่อรถจะได้แรงขึ้น  แต่ราคาเคสมันไม่น่าคบเล๊ย ใส่ HDD ได้ 10 ตัว ราคาเป็นหมื่น

 

 ใครเขาเอากระเป๋ามาใส่ในตู้เย็น 

 

 เบียร์กระป๋องอิมพอร์ทจากรัสเซีย มีกระป๋องนึงเป็นแบบ non alcohol (non alcohol แล้วมันจะเป็นเบียร์ไปทำไมให้เสียชาติเกิด)

 

 ไม่ขำอ่ะ  โฆษณาทีวีออกจะครีเอท

 

คาเฟ่แถวๆหน้า ม.รังสิต ชื่อร้าน Otaku (แปลว่าบ้าน แต่คนแถวๆนี้คงไม่ได้แปลว่าบ้านแหงๆ)

 

 มือถือใหม่ของรุ่นน้องที่ทำงานครับ N80

Nokia ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองผลิตไอ้ตัวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ไม่ใช่ Symbian แถมยังผลิตในรัสเซียอีก มีภาษาไทยด้วย

 

 

กำจัดตัวขี้เกียจ

posted on 09 Jul 2008 08:57 by hentaisan  in Nonsense-Mode
ว่าจะแก้ Theme blog ใหม่มาก็หลายที ฤกษ์งามยามดี งานไม่มี หัวหน้าหนีไปญี่ปุ่น ปัดฝุ่นบล็อกดีกว่า

คนบ้า? บนรถเมล์

posted on 06 Jul 2008 20:40 by hentaisan  in Nonsense-Mode

บนรถเมล์สาย 504 ที่คนค่อนข้างจะแน่นเอี๊ยด กระทาชายคนหนึ่งนั่งจะหลับอยู่เบาะหลังสุด

ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเพลงอันดังกระแทกเข้าหู ทั้งๆที่ใส่หูฟังเพลงอยู่

 

เพลงที่ดังขึ้นมาเป็นเพลงไทยเนื้อหาออกไปทำนองจีบสาว ชายคนนั้นมองหาที่มาของเสียง

เพราะมันมีแต่เสียงร้อง ไม่มีดนตรี จนพบว่ามันมีคนร้องอยู่กลางรถแน่นๆเป็นปลากระป๋อง

ด้วยเสียงร้องดังลั่นรถทำให้คนทั้งรถมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใครฟะ? นักร้องเร๊อะ? โปรโมทเทปแบบใหม่?

สติไม่ดีรึเปล่าวะ? ( แต่เสียงตานี่ดีใช้ได้นะ )

 

 

คุณกระเป๋าหญิงยืนอึ้งอ้าปากหวอ ทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว

 

หลังจากพยายามมองหาที่มาของเสียงจนได้เห็นหน้า.............. ไม่ใช่นักร้อง RS Grammy แน่ๆ

ออกไปทาง R-Siam , Top Line Daimonds , Four S สร้างสรรค์ เพลงดีมีคุณภาพ อีกแล้วครับท่าน

 

"ทำไมบัวทำกับพี่แบบนี้"

ทั้งคันรถเงียบกริบ มีแต่เสียงตานี่อย่างเดียว เอาแล้วไง งานเข้าซะแล้ว

"พี่รักบัวแทบขาดใจ แต่ทำไมบัวทิ้งพี่ไป"

อ่อ พี่แกมาง้อสาวบนรถเมล์นี่เอง อืมมม ขอดูหน้าสาวเจ้าหน่อยแล้วกัน

พยายามมองหาสาวเจ้าที่พี่แกลงทุนตามขึ้นรถเมล์มาร้องเพลงง้อ แต่.......คนที่ยืนอยู่ข้างๆพี่แก

เป็นนักเรียน รด. หญิง....... อายุประมาณ 16-17 ส่วนคนที่ร้องเพลงน่าจะ 30 อัพ

 

 

ไม่ใช่แล้วมั้งเฮ๊ย อะไรจะรักต่างรุ่นเป็น 10 ปีขนาดนั้น ดูจากหน้าตาแกก็ไม่น่าจะเป็นโลลิค่อนซะด้วย

"พี่มันเลวใช่มั้ย พี่มันผิดใช่มั้ย บััวถึงได้ทิ้งพี่ไป ตอบพี่มาสิบัว"

กลุ่มเด็กผู้หญิง รด. กลุ่มนั้น หัวเราะแบบแหยๆ ทำหน้าประมาณว่า ทำไงกับไอ้บ้านี่ดีวะ กูไม่ได้ชื่อบัว

อย่ามายุ่งกับกู

"เพราะพี่มันไม่ดีรึไง พี่ขอโทษ ต่อไปนี้พี่จะไม่ดูดกัญชาอีกแล้ว"

อ้าว เมาชาเขียว(ปุ๊น)เร๊อะ

"บอกพี่มาสิบัว" เข้าโหมดเสียงในฟิลม์ทองแดงแหลงมาแต่ไกล

(บรรทัดต่อจากนี้ ให้อ่านแบบเสียงทองแดงๆ)

"บัวไม่รักพี่แล้วสินะ บัวถึงได้ไปกับเขาแทน"

"ตอนที่บัวไปสิงค์โปร์กับเขาน่ะ พี่ก็ตามบัวไป เราเจอกันด้วยที่สิงค์โปร์ แต่บัวจำพี่ไม่ได้หรอก"

"วันนั้นพี่ปลอมตัว พี่ตัวสูงกว่านี้อีก พี่ใส่วิก ใส่ส้นสูงด้วย"

...............ผู้ชายปลอมตัว ใส่วิก ใส่ส้นสูง..............

"บัวจะยกโทษให้พี่ไหม หรือจะให้พี่ให้พ่อแม่พี่มาสู่ขอ บัวถึงจะยกโทษ"

รด. หญิงกลุ่มนั้นเริ่มทำหน้าอีลักอีเหลื่อม อะไรของมันวะ กูเคยไปสิงคโปร์ซะที่ไหนกัน

แล้วใครกันวะชื่อบัว พวกเธอเริ่มส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากกระเป๋าหญิง

แต่กระเป๋าหญิงยังคงยืนอึ้งอยู่ ยังไม่ได้ไปเก็บตังค์ชายคนนั้นด้วย

 

"ว่ายังไงล่ะบัว ตอบพี่มาสิ บัว"

"เนี่ยๆ บัวเห็นมั้ย พี่ใส่เสื้อสไปเดอร์แมน 3 ด้วย บัวชอบมั้ย"

ตะแกใส่เสื้อสไปเดอร์แมนจริงๆครับ ทำท่าแหวกเสื้อเป็นซุปเปอร์แมนตอนกำลังจะวิ่งเข้าห้องน้ำ

เอ๊ย ตู้โทรศัพท์ แต่ มันจะโชว์ทำไมฟระ

"นั่นบัวใช่มั้ย"อยู่ดีๆ เขาก็ชี้ไปที่เด็กคนนึงในกลุ่ม รด. หญิง

เฮ๊ย มึงพูดเป็นวรรคเป็นเวรนี่ไม่รู้ตัวเลยใช่มั้ยว่าคุยกับใครอยู่

"กระเป๋าครับ ถึงผ่านศึกแล้วบอกด้วย ผมจะลง"

กระเป๋าทำหน้างงๆแล้วพยักหน้า ทำหน้าดีใจประมาณว่าโล่งใจที่มันไม่ลงสุดสาย

"บัวไม่รักพี่ บัวไม่สนใจพี่แล้ว"

"พี่ก็คงจะต้องกลับบ้าน"

"พี่จะไปหัวลำโพง!!!"

"กระเป๋าครับ ผมจะไปหัวลำโพง" อยู่ดีๆตะแกก็ตะโกนบอกกระเป๋าลั่นรถ

"หัวลำโพงลงป้ายนี้ แล้วข้ามไปขึ้น 73 อีกฝั่งเลยค่า"

น้ำเสียงกระเป๋าบ่งบอกว่า "ดี ลงไปจากรถกูซะที"

 

หลังจากชายคนนั้นลงไป มีเสียงถอนใจเฮ่อ ดังลั่นรถ

 

 

ชายคนดังกล่าวเป็นอะไร

เมาเหล้า กด 1

เมารัก กด 2

เมาชาเขียว กด 3

มันบ้า สติไม่ดี กด 4

มันเล่นมุขคนบ้าจะได้ไม่ต้องเสียค่ารถ กด 5

มันจำผิดคน กด 6

เมากลิ่นเต่าคนข้างๆ กด 7

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่พอตานั่นลงไป ก็ยังนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์ ไม่ได้ข้ามไปอีกฝั่ง แต่หน้าตาตะแกมันออกมาประมาณนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

PS. ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น

หลายวันก่อน แก๊งค์ซาลารี่แมนเดินทางไปงานสัมนา Something แถวๆศูนย์สิริกิตติ์ จนเย็นย่ำก็ได้ฤกษ์กลับบริษัทกัน

 

ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ รถติดไม่บันยะบันยัง คนขับรถตู้พาเหล่าแก๊งค์ซาลารี่แมนอ้อมโลกกลับบริษัท ด้วยการขึ้นทางด่วนไปลงรามอินทราออกมอเตอร์เวย์มาลงแถวๆปทุมธานี

 

(ขอแนะนำตัวละครใหม่ ซาลารี่วูแมน เบอร์ 1 ที่ไม่เหมือนวูแมน แต่ถ้าบอกว่าเป็นกระเทยเพิ่งแปลงเพศมาจะน่าเชื่อถือมากกว่าซะอีก)

ระวังนั่งรถกลับ เหล่าแก๊งค์ก็คุยกันไร้สาระมั่ง มีสาระมั่งตามประสาได้ออกมานอกบริษัท

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เฮ้ นั่นร้านอะไรน่ะ" (ชี้ไปดูโรงเบียร์)

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "อ๋อ โรงเบียร์ไง

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "มีอะไรอร่อยมั่งวะ โรงเบียร์นี้"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา"

 

มันเงียบ เพราะมันเกลียดกะหล่ำปลี เพราะมันบอกว่ากะหล่ำปลีกินแล้ว Sex เสื่อม

 

ทางด่วนทอดยาวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่รถติด

 

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "หนีทางอื่นมาก็มาติดทางนี้อีก"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "อุบัติเหตุรึไงนะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ไม่หรอก มันคงต่อคิวเข้าปั๊มกันมากกว่า"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เฮ่ย ตรงนี้มันทางลงแล้ว รถมันก็คงติดข้างล่างแหละ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "ดูเด่ะ อีกฝั่งไม่มีรถวิ่งสักคัน"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "มันยังสร้างไม่เสร็จไง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "เห็นไหมล่ะ ตรงนั้นมันกำลังสร้างทางลงกันอยู่เลย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "สงสัยไอ้ตรงนี้จะสร้างนานจัด  ดูดิ หญ้าขึ้นเลย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "หา หญ้า? "

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "อื้อ นั่นไง"

 

มีหญ้ากอนึง ขึ้นอยู่ตรงรอยแตกของขอบๆทางด่วนเป็นหญ้าที่กอใหญ่พอสมควร 

 

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "เฮ๊ย มันขึ้นมาได้ยังไงฟะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "วัวขึ้นมาอึล่ะมั้ง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "บนทางด่วนเนี่ยนะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "อือ ถึงได้ออกมาเป็นหญ้าไง"

ซาลารี่วูแมนเบอร์ 1 : "ไม่หรอก เราว่าอึคนเนี่ยแหละ อาจจะเป็นคนงานก็ได้"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 , 2 , 3 , 4 : ..................................

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ใครจะอึออกมาเป็นหญ้าฟะ!!!!"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "คนที่ไหนมันกินหญ้าเป็นอาหารกัน!!!!"

 

บางครั้งคนเรานึกอะไรได้ก็พูดออกมา คิดอะไรออกก็ทำทันที  โดยที่ไม่ได้นึกถึง Common Sense เลยว่า ไอ้ที่พูดมา มันเป็นไปได้รึเปล่า

 

อย่างพวกที่คนชอบเล่นบ่อยๆ แล้วก็มีคนหลงกลทุกครั้ง เช่น "นักร้องร้านนี้ใส่กางเกงในตัวเดียวร้องเพลง" แล้วคนก็จะฮือฮาว่า "จริงอ่ะ" "ต้องลอง" "เดี๋ยวจะไป"   โดยไม่คิดเลยว่า ในชีวิตจริง ใครที่ไหนมันจะใส่กางเกงในทีเดียว 2 ตัว ถ้าไม่เพราะตัวใดตัวหนึ่งมันขาด คนนั้นก็คงเป็น Super Man แล้วมั้ง

 

 

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อากาศเกิดหนาวผิดธรรมชาติของประเทศไทยที่มีแต่ฤดูร้อน  ฤดูร้อนเชี่ยๆ  และฤดูร้อนชิบหาย ตรงป้ายรถเมล์ที่คนพลุกพล่าน   มีหมาตัวหนึ่งเดินผ่านป้ายรถเมล์ไป  อาเจ๊คนหนึ่งเห็นหมาตัวนี้แล้วพูดว่า

"ดูน้องหมานั่นสิ  เอาเสื้อใครมาใส่ก็ไม่รู้" 

..........................เจ๊ครับ หมาที่ไหนมันใส่เสื้อคนเป็นกันวะครับ  ถ้าคนไม่ใส่ให้มัน เจ๊พูดนี่มันเหมือนหมาไปขโมยเสื้อคนอื่นมาใส่เลยนะครับเจ๊

 

หรือแบบนี้

พักเที่ยงของเหล่าซาลารี่แมน

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "หิวว่ะ กินอะไรดีน๊า"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "ข้าวหรือก๊วยเตี๋ยวดีล่ะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "อย่ากินกันมากนะเว๊ย ตอนบ่ายงานเหลืออีกเยอะ กินมากๆ เดี๋ยวพวกมึงจะหลับกันหมด งานการไม่เสร็จ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เออ รู้น่า"

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "งั้นต่างคนต่างสั่งแล้วกัน"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "งั้นสั่งส้มตำมาจานนึง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เออ ดีๆ  เจ๊ครับ ตำซั่วจานนึง ไก่ย่างด้วย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ข้าวเหนียวอีก 4 ไม่สิ เอา 5 ถุงเลย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "......................................."

 

แล้วตอนบ่าย ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้

 

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เฮ๊ย  ไอ้...(ชื่อซาลารี่แมนเบอร์ 2) ทำไงดีวะ แม่งเอ๊ย ง่วงชิบหายเลยว่ะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : t[- -  t] .oO" F_@k U"

 

 

 

Sex & Cabbage

posted on 22 Jun 2008 22:00 by hentaisan  in Nonsense-Mode

ปัญหาสากลอย่างหนึ่งของประเทศไทย นอกจากแว๊นซ์บอย สก๊อยเกิรล์  แล้วก็พวกกู้ๆ เปรตกู้ๆ แถวๆหน้าทำเนียบที่ชาติก็ไม่ได้ล่ม ไม่รู้จะกู้อะไร แถมกู้เงินมาก็ไม่มีปัญญาใช้คืนเขา  ก็คือ

 

ปัญหาคนไม่กินผัก 

 

ในชีวิตเท่าที่เจอมา ผมเจอคนที่ไม่กินผักอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน บางพวกให้เหตุผลว่า ผักมันเหม็นเขียว บางพวกก็ว่า ยาฆ่าแมลงเยอะ บางคนบอกว่าไม่กินเฉพาะผักที่กลิ่นแรงๆ บางพวกก็ว่ากินแล้วมันติดฟัน

3 พวกแรกก็ยังเมคเซนส์ เท่าที่เคยเจอแบบสุดๆจริงๆก็คือคนที่ไม่กินทั้งผัก ทั้งผลไม้ ขนาดหัวหอมกับมะเขือเทศในพิซซ่าก็ยังเขี้ยทิ้ง

ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องของเรา

 

case ที่ 1 

ณ โรงอาหารของออฟฟิศ กลุ่มซาลารี่แมน 4 คนกำลังนั่งกินข้าวเที่ยงกัน บนโต๊ะมีอาหารประจำชาติไทย(ส้มตำ)พร้อมผักแกล้มอีก 1 จาน ซาลารี่แมนเบอร์ 2 สังเกตุเห็นว่าผักทุกอย่างมีคนกิน ยกเว้นกระหล่ำปลี

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ทำไมไม่กินกระหล่ำปลีกันฟระ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "ฮื่อ ไม่อ่ะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "ไม่เอาเหมือนกัน"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ทำไมฟะ มันเหม็นเขียวหรอ" (หักกระหล่ำปลีมารองส้มตำ ยัดเข้าปาก)

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "เฮ๊ยๆ อย่ากินกระหล่ำปลีนะมึง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ทำไมวะ ยาฆ่าแมลงมันเยอะรึไง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "มึงไม่รู้อะไร กระหล่ำปลีกินแล้ว Sex เสื่อม นะมึง"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "................." (ทำหน้าปั้นยาก ในปากก็ยังเคี้ยวกระหล่ำปลีอยู่)

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : " มึงไปฟังมาจากไหนวะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ไม่ต้องไปฟังจากไหนหรอก กูเจอมาเองนี่แหละ"

มันเล่าว่าก่อนหน้านั้น มันเนี่ยพนักงานขายดีเด่น ทั้งโอที ทั้งคอมมิชชั่นบานตะไท งานนอก งานในไม่มีว่างเว้น (เปรียบเทียบโดยนัย) แต่พอหลังๆ ไม่รู้แฟนมันคึกอะไร ทำกับข้าวให้กิน แล้วก็มีพวกกระหล่ำปลีทุกวัน มันบอกว่ามันก็กลายเป็นข้าราชการเช้าชาม เย็นชาม บางทีก็ 2 อาทิตย์ชามนึง (เปรียบเทียบโดยนัย) แฟนจะขึ้นเงินเดือน ตบโบนัสให้ก็ไม่กระดิก (เปรียบเทียบโดยนัย)

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "จากเดิมเนี่ยวันละ 2 กล่องนะเว๊ย เดี๋ยวนี้ กล่องนึง เดือนนึงยังไม่หมดเลย มึงคิดดู๊" (กล่องอะไรไปคิดดูเอาเอง)

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "จริงๆนะพี่ หนูผมน่ะ มันก็เป็นเหมือนกัน" (ซาลารี่แมนเบอร์ 4 มันเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ในห้อง เข้าใจว่ามันจะเพาะพันธุ์ขาย)

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "ตอนแรกๆก็ให้กินพวกเม็ดทานตะวัน โหย ท้องไม่เคยว่างอ่ะ จี๊ดจ๊าดๆทุกคืนจนผมนอนไม่ได้ พอให้กระหล่ำปลีมันกินนะ เงียบทุกคืน"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "......................."

 

พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าอย่าหูเบาเชื่อคำพูดคนง่าย ถ้ายังไม่ได้พิสูจน์ ไอ้ครั้นจะพิสูจน์เองแล้วถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาก็แย่สิเนี่ย ก็เลยลองค้นจากในเน็ตดู

ก็เจอแค่ว่า พืชตระกูลกระหล่ำปลีมีสารที่ขัดขวางการใช้ไอโอดีน ก่อนกินควรต้มเสียก่อน ไม่งั้นจะเป็นโรคคอหอยพอก (อ้าว งั้นพวกที่กินสดกับส้มตำ แหนม ไส้กรอกอิสานก็มีสิทธิ์สินะ)

 

ตอนนี้ก็เลยไปทดลองกับพวกแผนกวิศวะข้างๆ ยุให้กินกระหล่ำปลีเยอะๆ 

 

ไม่แน่ ถ้าผลออกมาเป็นจริง อาจจะได้รางวัล(อิก)โนเบลก็ได้นะเนี่ย

 

Case ที่ 2

ผมมีเพื่อนคนนึง ตอนนี้มันไปเป็นเซลส์ขายของทางภาคเหนือกับแถบอิสาน นานๆจะเจอกันที มีอยู่วันนึงไปนั่งกินข้าวที่เชสเตอร์กริล ก็สังเกตุเห็นว่ามันไม่กินมะเขือเทศที่ฝานมาเป็นชิ้นเล็กๆเสริฟ์มาในจาน

ผม : "ไม่กินมะเขือเทศหรอ"

เพื่อน : "อื้อ ผมไม่กินน่ะ มันเป็นผักปิศาจนะ"

ผม : "ห๊ะ ยังไง"

มันเล่าว่า ครั้งนึง มันซื้อผักเข้าบ้าน แล้ว เอาถุงมะเขือเทศไปซุกไว้ตรงมุมอับมุุมนึง

เวลาผ่านไป นานเป็นเดือนๆ มันมาหาของกินในตู้เย็น แล้วก็เจอมะเขือเทศ

เพื่อน : "ผมก็จำไม่ได้หรอกนะว่าซื้อมาตอนไหน แต่สภาพตอนที่เห็นตอนนั้นนะ มันยังดีๆอยู่เลย

ผิวนอกไม่เหี่ยวไม่ย่น แดงสวยเหมือนแบบนี้แหละ" (มันชี้มาที่มะเขือเทศที่ผมกำลังจะเอาเข้าปาก)

เพื่อน : "แต่พอผมจับดูนะเฮลเอ๊ย(ชื่อเล่นผม ในโลกไซเบอร์) มันหยึ๋ยๆ บรึ๊ยๆ แบระๆ แหวะๆ เละคามือเลยแหละ"

มันทำหน้าขยะแขยงพร้อมกับทำมือเหมือนกำลังหยิบจับอะไรบางอย่างนุ่มๆแหยะๆชวนขยะแขยง

ผม : "..........." นึกภาพตามแล้วจะแหวะ

 

 

 

คุณละครับ  มีผักอะไรที่ไม่กินมั่ง