วันก่อนไปกินหมูกะทะกันครับ แต่คนละร้านกับไอ้ร้านหมูกะทะที่มีแต่พม่าร้านนี้ ก็ตามประสาซาลารี่แมนที่เวลากินของพวกนี้มันก็ต้องมีพวกแอลกอฮอล์สักหน่อย ไปกันสี่คน หมดเบียร์ไป 1 ทาวเวอร์ กับอีก 1 เหยือก

ที่น่าแปลกคือร้านนี้ป้ายมันเขียนว่าหมูกะทะเกาหลี แต่ร้านมันชื่อ ยากิ (ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าย่าง ปิ้ง)

 

แม่งต้องสับสนในชีวิตแหงๆร้านนี้้

 

 

เวลาไปกินหมูกะทะเนี่ย เราก็มักจะพบว่ามักจะมีแขกรับเชิญที่เราไม่ได้ต้องการโผล่มาเสมอ เช่น

Case 1 เด็กขายดอกไม้ 

 "พี่ขา ซื้อดอกไม้หน่อยไหมคะ" เป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณป. 5 ป. 6 ถือดอกกุหลาบห่อพลาสติกมาเป็นช่อยืนอยู่ข้างโต๊ะ

"นะนะ ช่วยซื้อดอกไม้หนูหน่อยนะ" พูดไม่พูดเปล่า มันมาจับแขนเขย่าด้วย แต่ไม่รู้อีหนูนี่มันเล่นกล้ามรึเปล่า หรือเป็นลูกสาวลับๆของฮันมะ ยูจิโร่ เพราะแรงเขย่ามันออกมาประมาณนี้

 

 

หัวสั่นหัวคลอน แก้วเบียร์แทบหก พยายามทำใจดีไม่โกรธถามกลับไป(ทั้งๆที่ความจริงอยากจะเบิ๊ดกระโหลกไปนานแล้ว)

"ซื้อแล้ว พี่จะเอาไปทำอะไรล่ะครับ ดอกกุหลาบเนี่ย"

"เอาไปให้แฟนไงพี่"

ถามจริงเถอะ ถ้าแฟนถามว่าซื้อมาจากไหน จะมีคนตอบไหมว่า

"ซื้อดอกกุหลาบมาจากร้านหมูกะทะ เนี่ยตั้งใจซื้อมาให้ตะเองเลยนะเนี่ย"

แต่ด้วยความที่เป็นคนตรง ก็เลยตอบเด็กกลับไปว่า

"บังเอิญพี่ยังไม่มีแฟนนี่สิ น้อง" 

เด็กมันก็ทำหน้าประมาณ "กูว่าแล้ว"  แล้วก็เดินจากไป

 

 

 

อยากจะเดินตามไปตบกะโหลกจริงๆ

 

 

 

ถ้าเป็นสาวคนนี้มาขายดอกไม้ล่ะจะเหมาหมดสวนเชียว

 

 

 

Case 2 ช้างน้อย 

 สักพัก ก็มีควาญช้างจูงช้างมาหน้าร้าน  แล้วก็มาเดินเร่ขายอ้อย  ขายกล้วยให้เอาไปป้อนช้าง 

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "ไอ้พวกควาญช้างที่เอาช้างมาเดินเร่แบบนี้ มันคุ้มหรอพี่" รุ่นน้องเข้าใหม่ ที่เพิ่งมาจากต่างจังหวัดถาม

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ไม่รู้ว่ะ แต่ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีอะไรกินอ่ะนะ"

"ฟังดูก็น่าสงสารนะเนี่ย" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "พวกมึงนี่ไม่รู้อะไรเล๊ย เขาไม่ได้พาช้างมาหากินนะเว๊ย"

ซาารี่แมนเบอร์ 3 : "แล้วเขาพาช้างมาทำอะไรวะ" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "เขาพามาหาเพื่อนของมันว๊อย" 

ซาารี่แมนเบอร์ 3 : "เพื่อนของช้าง? ในร้านหมูกะทะเนี่ยนะ" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "เออ พวกมึงไม่รู้รึไงว่ากำลังกินเนื้อช้างกันอยู่" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ไหนวะเนื้อช้าง" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "นี่ไง เนื้อช้างทั้งนั้น" 

ซาารี่แมนเบอร์ 3 : "ไหนวะ นี่ก็เนื้อหมู เนื้อไก่ธรรมดานี่หว่า" 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ไอ้โง่ นี่มันเนื้อช้างนะว๊อย มึงไม่เห็นรึไง เนี่ยๆ มึงเห็นมั๊ย ว่ามันมีงาด้วย!!!

  

 

ความเงียบเข้าครอบงำทั้งโต๊ะ  3 ซาลารี่แมนที่โดนเล่นมุขเนื้อช้าง ทำหน้าเอือมระอาแล้วก็ซดเบียร์ต่อไปเงียบๆ 
 
 
 
มุขไม่ฮา พาเพื่อนเครียด  
 
 
Case 3  คนขายของไร้สาระ
 

    ปกติผมจะไม่อุดหนุนพวกของเร่ขายที่ไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำพระแสงด้ามทู่ไปทำไม  นั่งอยู่ในร้านหมูกะทะ มีคนมาขายของเล่น แท่งมหัศจรรย์เรื่องแสงได้ มีไฟว๊อบแว๊บๆ ด้วย นาฬิกาปลุกมิกกี้เมาส์์ หรือพวกพลาสติกคืนรูป ที่ทำรูปร่างเป็นมะเขือเทศ พอปาไปแล้ว มันจะแตกแล้วกลับคืนมาเป็นรูปมะเขือเทศใหม่   

 

โอ๊วว!!! ครีเอทมากๆ เมคเซนส์โคตรๆ!!! ซื้อไอ้มะเขือเทศนั่นมาใส่ในหมูกะทะด้วยซะเลย ซื้อนาฬิกาปลุกมาตั้งเวลาเช็คบิลซะ

ถ้าเป็นพวกของกินที่เมคเซนส์หน่อยก็ว่าไปอย่าง อย่างพวกของกินเล่น กับแกล้ม เบียร์ก็ยังโอเค

 

แต่ก็แปลกอยู่อย่าง ว่าคนที่มาเร่ขายของพวกนี้ มักจะมีป้ายแปะว่า"เป็นคนหูหนวก"ทุกคน   เหมือนตอนไปพัทยาคราวก่อน เจอคนหูหนวกขายของทุก 50 เมตร

แต่ก็แปลกอยู่อย่าง เพราะถ้าคนพวกนี้เดินออกไปแล้ว ลองยกมือเรียกทำท่าว่าจะซื้อ ยังหันกลับมาได้

ต้องมี 7th sense แน่ๆ!!! 

คนพวกนี้ต้องเป็นนิวไทป์แหงๆ!!!!

ไม่ก็มีตาดวงที่ 3 อยู่ข้างหลังหัว!!!

 

 Case 4 คู่รักในร้านหมูกะทะ

โต๊ะข้างๆ เป็นหนุ่มสาวที่ท่าทางเหมือนกำลังเพิ่งจะจีบๆกันนั่งกินอยู่  สักพักฝ่ายชายก็เริ่มพูด

"เมื่อวานเนี่ย พี่ไปหาหมอดูมา" 

"ฮื่อ" 

"หมอดูบอกว่า พี่จะเจอเนื้อคู่ที่ร้านหมูกะทะ" 

"หรอ เหมือนหนูเลย หมอดูก็บอกว่าหนูจะเจอเนื้อคู่ที่ร้านหมูกะทะ"

"จริงหรอ" 

"อื้อ หนูคิดว่าหนูเจอเนื้อคู่ของหนูแล้วล่ะ"

ฝ่ายชายทำหน้าดีใจ  ประมาณว่า "สำเร็จแล้วกู"

"นี่ไง" ฝ่ายสาวเจ้าคีบอะไรบางอย่างให้ฝ่ายชายดู

"นั่นมันเนื้อหมูธรรมดาๆนี่" 

"ก็ใช่ไงคะ เนื้อ(หมู)คู่

 

ทั้งโต๊ะซาลารี่กลั้นขำจนปวดท้อง  สงสารก็สงสาร แต่มันขำจนแทบกลั้นไม่อยู่

 

ส่วนอีกโต๊ะ แฟนกันมานั่งเล่นมุขเสี่ยวๆ

"พามากินทั้งที หมูกะทะเนี่ยนะ"  ฝ่ายหญิงเสียงแหวว

"เอาน่า โรแมนติกดีออก"  ฝ่ายชายเอาน้ำเย็นเข้าลูบ

"ตรงไหน ควันก็เยอะ ยุงก็เยอะ ร้อนก็ร้อน ขาลายพร้อยไปหมดแล้ว" 

"โถ คนดี โรแมนติคออก" 

"ดูนี่สิ ในน้ำชุปนี่่" 

"เห็นมั๊ยจ๊ะ ถึงน้ำในกะทะจะมันย่อง แต่ก็ยังเห็นเงาจันทร์นะจ๊ะ" 

 

 Case 5 ของกินชวนแหวะ

 ซาลารี่แมนเบอร์ 3 ไปตักของกินมาเพิ่ม ที่มันตักมาคือ ไส้อ่อนหมู 2 จาน มีคนกินอยู่ 2 คนคือซาลารี่แมนเบอร์ 3 กับ 4 หลังจากปิ้งๆย่างๆไปซักพัก

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ชอบกินกันจัง ไอ้ขี้หมูเนี่ย" 

ทั้งโต๊ะเงียบแล้ววางตะเกียบลงในทันที

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "ไอ้เรือห๊าย!!!! นี่มันไส้หมูว๊อย!! ไส้หมู!!! มึงจะพูดมาทำไม!!!"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "มันล้างสะอาดแล้วน่าพี่ กินได้ๆ อย่าคิดมาก"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "มันก็มีขี้หมูอยู่มาก่อนแหละวะ เนี่ยๆ มึงเห็นมั้ย มันยังเหลืออยู่เลย"  มันเอาตะเกียบพยายามคุ้ยๆเขี่ยๆไอ้ของที่อยู่ในไส้ออกมาโชว์

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "ไอ้นี่นี่ นั่นมันไขมันหมูเว๊ย ไม่ใช่อย่างที่มึงคิด"

 

รายการคำพูดต้องห้ามขณะกินอาหาร

เวลาเพื่อนกินแกงกะหรี่ ปูผัดผงกะหรี่ อย่าพูดเรื่องอึๆ ขี้ๆ

เวลาเพื่อนกินอาหารที่เป็นของเหลว สีขาวๆ  อย่าพูดว่าเหมือนอ้วกที่อ้วกไปตอนกลับจากร้านเหล้าเมื่อคืน

เวลาเพื่อนกินเต้าส่วน อย่าบอกว่าเหมือนชามขี้มูก หรือสั่งขี้มูกให้มันเห็น

ไม่งั้นอาจมีรายการเพื่อนฆ่าเพื่อนเพราะของกิน 

 

 

Case 6 ความสามารถพิเศษ

 

 

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 ฝากซาลารี่แมนเบอร์อื่นไปตักไอติมมาให้ ร้านนี้เป็นไอติมกะทิที่ละลายโคตรเร็ว คนตักก็ใจดี ตักมาให้ซะหลายลูก  แต่

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "แล้ว......ช้อนล่ะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "....หมดว่ะ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "ช้อนยาวก็หมดหรอ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "เออ ช้อนส้อมก็หมดว่ะ พนักงานร้านนี้มันน้อย ทำงานไม่ค่อยทันก็แบบนี้แหละ"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "แล้ว.....กูจะกินยังไง?"

ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "ไม่รู้มึง"

มันเอาคืนจากตอนก่อนแหงๆ 

แล้วตูจะจัดการกับไอติมที่กำลังจะละลายนี่ยังไงดี  ในมือมีแค่ตะเกียบ

 

 

เอาตะเกียบกินก็ได้วะ

 

 

แล้วซาลารี่แมนเบอร์ 2 ก็จัดการกินไอติมแบบอาแปะพุ้ยข้าวต้ม ดูน่าเวทนายิ่งนัก

 

 

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : .oO แม่งไม่ธรรมดาว่ะ เอาตะเกียบกินไอติมได้

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : .oO คนธรรมดาคิดไม่ได้นะเนี่ย

 

 

 Case 7 Tip

     เวลาเช็คบิล  โดยมากหากมีเศษหรือเงินต้องทอน ทางร้านหรือเด็กมักจะจ่ายเงินทอนหรือเศษมาเป็นเหรียญให้เสมอๆ น้อยครั้งที่จะมีแต่แบงค์  สาเหตุหลักๆคือ ติ๊ป 

    ถ้าเงินทอนมาเป็นเหรียญลูกค้ามักไม่เอาเหรียญกลับเพราะหนักกระเป๋า  ก็จะกลายเป็นติ๊ปให้พนักงานไป ทั้งๆที่ความจริงไม่อยากให้สักนิด เพราะนอกจากยกเตากับน้ำแข็งแล้ว มันก็ไม่ได้มาบริการอย่างอื่นเลย  เอาไปเป็นติ๊ปให้สาวเชียร์เบียร์ดีกว่าเย๊อะ :P

     งวดนี้ซาลารี่แมนเบอร์ 2 ออกเงินให้ก่อน เงินทอนประมาณ 50 กว่าบาท ได้ทอนมาในรูปของแบงค์ 20 1 ใบ กับสารพัดเหรียญอีกราว 30 กว่าบาท  จงใจว่าจะเอาติ๊ปเห็นๆ

     บอกแล้วเด็กมันฉลาด สภาพการณ์แบบนี้ เป็นใครก็ต้องคิดว่า  มันคงหยิบแบงค์ 20 ใส่กระเป๋า แล้วที่เหลือเป็นติ๊ปไป

     แต่ซาลารี่แมนเบอร์ 2 มันโกยเหรียญใส่กระเป๋าแล้วติ๊ปเด็กด้วยแบงค์ 20  


ซาลารี่แมนเบอร์ 1 : "กูว่าแล้ว แม่งไม่ธรรมดาจริงๆด้วย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 3 : "แม่งไม่ธรรมดาว่ะ คนธรรมดาคิดไม่ได้นะเนี่ย"

ซาลารี่แมนเบอร์ 4 : "ทำไมพี่ไม่ให้เหรียญเด็กไปอ่ะพี่"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "พวกมึงนี่ เงิน 30 กับ 20 เป็นมึง มึงจะเอาเงินเท่าไหร่"

ซาลารี่แมนเบอร์ 2 : "กูไม่โง่นะเฟ๊ยที่เก็บเหรียญมาน่ะ" 

 
เช้ามา ซาลารี่แมนเบอร์ 2 มันมาบ่นว่ากระเป๋าตังค์ขาด