ก่อนอื่นก็รูปนี้

 

 

คิดว่าแท่งยาว 3 นิ้วนี้คืออะไร?

 

 

ถ้าบอกว่าไอ้เส้นยาว 3 นิ้วนี่แหละคือบันไดแห่งความมั่งคั่งของหญิงจีนสมัยก่อนหล่ะ

 

เมื่อเด็กหญิงชาวจีนอายุปิ้ง(ย่าง)เข้า 3 ถึง 6 ปี ผู้เป็นแม่ จะเอาผ้ามารัดเท้าให้เล็ก การรัดนี้จะมีการแก้ออกทุกวัน แล้วก็รัดใหม่ให้แน่นยิ่งขึ้น การรัดนี้จะรัดนิ้วเท้าทั้งหมดยกเว้นนิ้วหัวแม่เท้า นิ้วเท้าที่เหลือจะหัก แล้วถูกกดทับเข้าไปที่กลางฝ่าเท้า แล้วจะถูกพับไว้แบบนั้นทำให้เท้าเป็นรูปสามเหลี่ยม เหมือนหน่อไม้ แบบนี้


 

 

 ความยาวที่ดีที่สุดของการพันเท้าคือ 3 นิ้ว เท้าที่ได้ความยาวขนาดนี้ จะถูกเรียกว่า "เท้าดอกบัวทอง" การเดินของผู้หญิงที่มีเท้าเป็น "ดอกบัวทอง" จะได้รับการชมว่า ทุกก้าวล้วนก่อเกิดดอกบัว

  เมื่อถึงสมัยราชวงค์ซ่งเหนือ การพันเท้าได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องปฏิบัติสำหรับผู้หญิง คนในสมัยนั้นเชื่อกันว่า การพันเท้าเป็นสิ่งที่ดีงามอย่างหนึ่งสำหรับผู้หญิง การไม่พันเท้าเป็นความอัปยศอย่างหนึ่ง

  ราชินีของจักรพรรดิที่สถาปนาราชวงศ์หมิงถูกหัวเราะและถูกดูถูกจากคนทั่วประเทศจีน ก็เพราะมีเท้าที่ไม่ได้พันมาตั้งแต่เด็ก

  จนถึงสมัยราชวงค์ชิง กล่าวกันว่า การพันเท้าเป็นที่นิยมมาก ผู้หญิงชาวฮั่นไม่มีใครไม่พันเท้า 

ต้นกำเนิด?

   การพันเท้าเริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังใต้ สมัยนั้น พระชายาของจักรพรรดิหลี่ยฺวี่ทรงนำผ้ามาพันเท้าให้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว แล้วทรงใส่ถุงเท้าสีขาวไปฟ้อนรำบนดอกบัวที่ทำด้วยทองคำ จักรพรรดิหลี่ยฺวี่ทรงพอพระทัยการฟ้อนรำนี้มาก และยังทรงชื่นชมว่า พระชายาทรงมีปณิธานสูงกว่าเมฆ ก่อเกิดเป็นต้นแบบของสตรีที่มีเท้าเล็ก ซึ่งเป็นทีปราถนาของจักรพรรดิ์ จึงเริ่มมีการเลียนแบบ การพันเท้าจึงเริ่มจากในวังแล้วค่อยแพร่ไปยังชาวบ้าน

บันไดแห่งความมั่งคั่ง?

   เมื่อการพันเท้ากลายเป็นประเพณี หญิงเท้าเล็กเป็นที่ปราถนาของคนทั่วไป หญิงสาวในครอบครัวที่ยากจนจึงเห็นว่านี่เป็นโอกาส เป็นบันไดแห่งความมั่งคั่งและชีวิตที่ดีกว่าสำหรับครอบครัว และลูกสาว  เมื่อลูกสาวเป็นที่สนใจของชายหนุ่ม สินสอดที่จะได้มาจะมากขึ้น หากเท้าเล็กๆนั้นเป็นเท้าดอกบัวทองคำ  แต่หากเท้ายาวเกินไปจาก 3 นิ้ว  ทุกสิ่งที่ทำมาก็สูญเปล่า

แล้วชีวิตล่ะ

   เมื่อหญิงสาวถูกพันเท้าจนเล็กแล้ว อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติเลย แค่ยืนก็ยังแทบไม่ได้ ถ้าเดินโดยไม่มีคนช่วยประคองก็คงได้ไม่กี่ก้าว ดังนั้น ถ้าใครดูหนังจีน แล้วเห็น ฮองเฮา ไทเฮา นางสนม พระชายาที่เวลาจะเดินไปไหนต้องมีขันทีเดินจูงมือนำ นั่นแหละครับ พวกนั้นมีการพันเท้าทั้งนั้น

   ในอดีตหญิงชาวจีนต้องทำงานหนักอยู่แล้ว ยิ่งเป็นครอบครัวที่ฐานะยากจน การพันเท้ายิ่งสร้างความยากลำบากในชีวิตเข้าไปใหญ่

ไอ้การพันเท้านี่มันมีเรื่องอื่นแอบแฝงรึเปล่า 

  ใช่ครับ นี่แหละการแสดงถึงโครงสร้างทางสังคมจีนที่ผู้ชายเป็นใหญ่กว่าผู้หญิง  การพันเท้าทำให้ผู้หญิงไม่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวก เพราะแค่ยืนก็ยังยาก ดังนั้นผู้หญิงจึงได้แต่อยู่กับบ้านเฝ้ากับเรือน ทำงานในบ้านไป หมดสิทธิ์ไปไหนมาไหนได้ นอกเสียจากว่าจะคลานไป - -

   สถานะของหญิงจีนในสมัยก่อนต่ำมาก ลูกสาวมักไม่ได้รับการดูแลจากแม่เท่ากับลูกชาย ลูกชายสามารถทำงาน รับราชการนำชื่อเสียงมาสู่ครอบครัวได้  ส่วนลูกสาวก็ไม่ต่างอะไรกับคนรับใช้  หากลูกสาวไม่สามารถแต่งงานออกเรือนได้ยิ่งแล้วใหญ่  เพราะการแต่งงานออกเรือนแสดงถึงค่าและฐานะของผู้หญิงจีน

   ดังนั้น ถ้าเราดูหนังจีนย่้อนยุคอย่าง เปาปุ้นจิ้น แล้วเห็นว่าลูกสาวทำงานไม่ต่างกับคนรับใช้ ส่วนลูกชายเอกขเนกลอยชายไปวันๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจ โครงสร้างสังคมมันเป็นแบบนั้นจริงๆ  ยิ่งเข้าไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นยิ่งแล้วใหญ่ นอกเสียจากจะมีหลานชายให้แม่สามีอุ้มได้ (เรื่องจริง เพราะแม่ผมก็เจอแบบนี้)

  อีกอย่างนึงคือการสะท้อนถึง Sex อันนี้ไม่พูดถึงแล้วกัน

นี่มันอาชญากรรมชัดๆ

  ในสมัยราชวงศ์ชิง จักรพรรดิคางซีทรงสั่งว่าห้ามพันเท้าเด็ดขาด แต่ก็ไม่ได้ผลเท่าไร จนกระทั่งประเทศจีนปฎิรูปการปกครองช่วงปี 1949 (ประมาณสงครามโลกครั้งที่ 2) การพันเท้าก็ถูกยกเลิก แต่นั่นหมายความว่า เรายังสามารถเห็นหญิงชาวจีนอายุ 6-70 ปีที่ยังคงพันเท้าอยู่ได้ตามชนบทของจีน แต่เป็นการพันเท้าแบบครึ่งส่วน ไม่ได้พับเป็นสามเหลี่ยมแบบในอดีต

 

รองเท้าสาวจีนสมัยก่อน  ใส่เข้าไปได้ยังไงนะ

 

 

เท้าที่ใส่รองเท้าคู่ข้างบนได้ 

 

สรุปง่ายๆ

ผู้หญิงยอมเจ็บปวด ยอมทรมานตัวเอง เพื่อแลกกับความสวยและความมั่งคั่ง

แม้บางครั้งมันจะเป็นค่านิยม ประเพณีที่ผิดๆก็เถอะ (ทั้งในอดีตและในสมัยนี้ด้วย)

 

PS.1 อาม่าผมที่เสียไปนานแล้วเป็นคนจีนแต้ๆ ล่องสำเภาหนีตายมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ อารมณ์ประมาณอาเหลียงลอดลายมังกร เสื่อผืน หมอนใบประมาณนั้นเลย  แม่ผมเล่าให้ฟังว่า แกพันเท้าด้วย

ผม : "จริงอ่ะ แม่" 

แม่ : "อื้อ แต่แกพันแค่ให้เท้ามันเล็กล่ะนะ ใหญ่กว่าเท้าเด็กเพิ่งเกิดไม่เท่าไหร่" 

ผม : "ไม่ได้เป็นสามเหลี่ยมแบบนี้สินะ" 

แม่ : "อื้อ  แต่........." 

ผม : "แต่อะไรล่ะแม่" 

แม่ : "อีตอนอาม่าแกแกะผ้าพันเท้าให้แม่ดูเท้าแกน่ะลูกเอ๊ย" 

แม่ : "ทั้งผ้าทั้งเท้าแก เหม็น.....หายเลยลูกเอ๊ย"

(ผ้าพวกนี้เวลาพันแล้วเขาไม่ค่อยแกะกันครับ พันแล้วพันเลย เคยมีหนังจีนตลกเรื่องนึง ผู้หญิงคนนึงล้างเท้าในอ่าง น้ำกลายเป็นน้ำเน่า เอาภู่กันจุ่มเขียนเป็นหมึกได้เลย ) 

 

ภาพประกอบและเนื้อหาบางส่วนจาก

http://www.anomalies-unlimited.com/OddPics/Bound.html 

Comment

Comment:

Tweet

แอบฮานะเนี่ย 55

#60 By เพลงห่างกันสักพัก (180.180.7.21) on 2010-03-16 21:58

ทำแบบนี้แล้วมั่นใจขึ้นเหรอ???

#59 By เพลงเลอะเลือน (180.180.7.21) on 2010-03-16 21:56

ดีนะที่กินข้าวแล้ว >.<

#58 By เพลงเหงาปาก (180.180.7.21) on 2010-03-16 21:55

โคตรน่ากลัว

#57 By เพลงหลอกฝัน (180.180.7.21) on 2010-03-16 21:55

ถุย! ประเพณีห่า เหลวไหล บ้า โง่ ปัญญาอ่อน ที่แท้แม่งทำเพื่อขายลูกสาวกินชัดๆ ไอ้พวกเจ๊กไม่มีแผ่นดินอยู่และตายก็ต้องไปฝังในที่ไม่ใช่บ้านเกิด สงสัยทำกรรมไม่ดีมาเยอะมาก ชนชาติชั้นเลวดีแต่เห็นเงินยิ่งกว่าพระเจ้า เห็นยศถาบรรดาศักดิ์สำคัญกว่าทำความดี ใครคิดแบบคุณประเทศชาติพังแน่!

#56 By เคน กบนอกกะลา (202.176.88.152) on 2010-02-14 12:10

อ่านะ...

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก...

#55 By kashi (202.12.97.117) on 2009-01-14 03:02

ถ้าเป็นเราขออัปยศไปทั้งชีวิตดีกว่า

#54 By Chibidora ^ ^ (58.9.227.50) on 2008-08-15 23:12

= = เท้าน่ากลัวมากๆเลยค่ะ

สมัยนี้ผู้หญิงเราก็ยังลำบากเหมือนเดิมนั่นหละ

แต่เป็นทางด้านจิตใจซะมากกว่า ^^'Hot!

#53 By f 0 n d a n t`♪ ~ ♫ on 2008-08-08 14:15

เห็นรูปแล้วสยองง ง ง ง... เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว แต่ไม่เคยเห็นรูป
Ps. ฮาค่ะ cry Hot!

#52 By Adeya on 2008-08-08 10:46

-*- สยอง

#51 By PoringNoi~* on 2008-08-07 20:15

อ่านแล้ว
เรื่องนี้เคยรู้มาก่อนหน้นี้นิดนึง
ไม่ไม่ยุติธรรมเลยชัดๆ สำหรับชีวิตคน
ธรรมชาติให้มาก็ไม่เท่ากันแล้ว
เฮ้อ เพราะฉะนั้น
เราเป็นผู้หญิงมาทำตัวให้มีคุณค่ากันเถอะ!!Hot!

#50 By หมาแว่น on 2008-08-07 19:59

เท้าน่ากลัวอ่าาา . . cry

ไม่น่าทำเลย . . sad smile

#49 By BeeMChan~* on 2008-08-07 18:37

ฮา rep#4 sad smile

#48 By Vichyasviel von Einzbern on 2008-08-07 13:44

ลำบากเลยแฮะ

#47 By เพลง (58.8.118.176) on 2008-08-07 09:43

ยังงี้ก็เท่ากับพิการอะดิ น่ากลัวง่ะ ไม่เอาด้วยหรอก

#46 By 재눈 on 2008-08-07 09:17

โอ้ววว

ได้ความรู้ดีค่ะ Hot!
ชมรมขนหัวลุก

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
โอ้วว สุดยอดจริงๆหญิงจีน
เพิ่งเคยเห็นภาพจริงๆ
ไม่นึกว่าจะถึงขนาดนี้ sad smile

#43 By HOMO(sap)IENS on 2008-08-06 21:46

เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ถึงจะพอรู้มาบ้าง
แค่คิดว่าต้องพันอยู่ตลอดเวลา เป็นการทรมานจริงๆ

#42 By finch on 2008-08-06 21:42

ที่เคยได้ยินมานึกว่าพันให้เล็กๆ ขนาดประมาณรองเม้าเบอร์ 3 ....
พอเห็นของจริงนี่น่ากลัวมาก พิการชัดๆ
ต้องบอกว่า ... โชคดีที่เกิดเป็นคนจน ทำไร่ทำนา

#41 By คุณบิ๋ม on 2008-08-06 21:26

คิดว่าพันแน่นๆ ให้เท้าเล็กกันเฉยๆ นะเนี่ย
เพิ่งจะรู้ว่าต้องทำขนาดนั้นเลย
เห็นแล้วน่ากลัวมากอ่ะ ...

#40 By miiself on 2008-08-06 21:22

เคยได้ยินมาเหมือนกันครับ แต่เพิ่งเคยเห็นรูปนี่แหละ

#39 By A™ on 2008-08-06 21:22

รูปนี่มันน่ากลัวกว่าที่บรรยายมากนัก

แต่
ฟังดูแล้วไม่รู้สึกว่า เพราะสังคมทำให้ผู้หญิงจำต้องทำแบบนี้นะ
เหมือนผู้หญิงเลือกที่จะทำเอง ด้วยความอยากได้อยากมี

่อย่างพระชายานั่น น่ายกย่อง เพราะทำเพื่อสร้างความสุขให้กับคนที่ตัวเองรัก(รึเปล่า)ทรงมีปณิธานสูงกว่าเมฆ

แต่อย่างหญิงชาวบ้านที่ต้องการออกเรือน กับผู้ชายรวยๆ นี่ รู้สึกเฉยๆ
ไม่ใช่ว่าสังคมบีบบังคับ แต่เพราะผู้หญิงยุคนั้นผลักดันตัวเองให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ
จนเวลาผ่านไป เริ่มมีคนคิดได้ว่า จะต้องรอผู้ชายเป็นบันไดไปทำไม เริ่มคิดพึ่งพาตัวเอง ค่อยเกิดเป็นสิทธิสตรีขึ้นมา
แต่จุดมุ่งหมายก็คืออย่างเดียวกันกับสมัยก่อน
"ความเป็นอยู่ที่ดี"

#38 By PoY on 2008-08-06 20:51

เคยรู้มาบ้างค่ะเรื่องนี้ เบ๊ก็มองว่ามันเหมือนคนพิการซะมากกว่า แถมรู้มาว่าเค้ามาพันกันตอน 7-8 ขวบ โอ้ย ตอนพันแล้วกระดูกมันหักคงจะเจ็บอิ๊บอ๋าย

เค้าว่า 4 โฉมงาม ไซซี หวังเจาหวิน เตียวเสี้ยน หยางกุ้ยเฟย มีเพียงไซซีที่ไม่ได้พันเท้า เธอจึงกลายเป็นสาวเท้าโตนับเป็นความขี้เหร่จุดเดียวของเธอ(เบ๊มองว่า ไซซีสวยแบบไม่พิการ)

#37 By General เบ๊ on 2008-08-06 20:29

มีหนังสือดีๆ แนะนำครับชื่อว่า ..

"1000 ปีีประเพณีกามรัญจวน"

เกี่ยวกับเรื่องพันเท้านี่อย่างเดียวเลยนะครับ

#36 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-08-06 19:16

คิดว่าพันเท้าแล้วมันแค่ทำให้เท้าไม่โตเฉยๆนะเนี่ย
เห็นรูปแล้วน่ากลัวมากค่ะ sad smile

ถ้าเราไปอยู่ในจีนยุคนั้นคงถูกเหยียดหยามน่าดูที่เท้าใหญ่โต(กว่ามาตรฐานสาวจีน)

Hot!
ท่าจะบ้า... sad smile

#34 By gneap{♥}m on 2008-08-06 18:01

Hot! Hot!
ในสารคดีบอกว่าโดนหักนิ้วเท้าทุกนิ้วก่อนพันด้วยครับ แถมเป็นเด็กอีก คิดดูล่ะกันต้องทนความเจ็บตั้งแต่เด็กเลย เป็นผู้หญิงนี่มันลำบากจริง ๆด้วย

#33 By GoDDamm on 2008-08-06 17:44

น่ากลัวจังเลย

#32 By pangtode on 2008-08-06 17:33

ค่านิยมผิดๆจริงๆ แต่มันก็มีค่านิยมแปลกๆทุกยุคทุกสมัยแหละครับsad smile
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยครับ
น่ากลัวโคตรรรร

#30 By takara™ on 2008-08-06 17:08

น่าสงสารจังเลยแฮะ.. คงเจ็บและทรมานน่าดู

#29 By ongki on 2008-08-06 17:03

เง้อ กลัวอ่ะค่ะ T_T

#28 By Fubuki on 2008-08-06 16:39

....รสนิยมตามยุคสมัย
(ปล....สมัยยุคโบราณหนังสือเค้าบอกว่า เค้าชอบผู้หญิงอ้วนๆ ก้นใหญ่ จะได้ให้ลูกดกๆ)
'block cool!'

#27 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-08-06 16:15

ไม่รู้ว่าผู้หญิงสมัยนั้นมีคนยอมเพราะสวยจริงๆเยอะแค่ไหน
น่ากลัวจัง...

สมัยก่อนนี่ แปลกๆ หลายเรื่องนะคะ

sad smile

#25 By PunPrai on 2008-08-06 15:30

คิดไปด้ายยยยย sad smile

ดีจังที่ยกเลิกแล้ว

Hot!

#24 By หะหลิวส์ on 2008-08-06 15:11

ถ้าแกะก็เจ็บ ไม่แกะก็เจ็บ ไม่เน่าก็ไม่คงรูป โอ้ย นึกแล้วเครียดเศร้า ใครจะไปโทษเหมาได้ แผนการมุ่งดึงทั้งหญิงทั้งชาย ใครเล่าจะไปโทษเหมาได้ แม๋
อ่านมาอีกที สรีระของหญิงที่พันเท้าจะเปลี่ยนไป ทำให้ยิ่งเป็นที่ปรารถนาของผู้ชายมากขึ้นไปอีก
โว้ย นึกแล้วเซ็งปนปวดกระโหลกยิ่งนัก

#23 By songsage on 2008-08-06 14:39

ยังไม่เคยรู้มาก่อนเลย

ของคุณสำหรับความรู้ค่ะbig smile
โหห เคยฟังมาน่ะค่ะ แต่ว่าเพิ่งได้เคยเห็นเป็นรูปวันนี้เอง Hot!

#21 By Revamp on 2008-08-06 12:31

เห็นแล้วยังกะส้นตึก

#20 By on 2008-08-06 12:07

เสียวsad smile
แต่ก็ให้ดาวHot! Hot!

#19 By คาโตเน่ on 2008-08-06 11:47

แค่อ่านก็เจ็บแล้วอ่ะ

#18 By petiteparty on 2008-08-06 11:12

ลำบากสุด ๆ = =\' ว่าเกิดเป็นผู้หญิงสมัยปัจจุบันลำบากแล้ว

อดีตลำบากกว่าอีก เท้าแค่นั้นเดินได้ก็บุญแล้วนะเนี่ย... เดินเร็วหน้าทิ่มอีก หนีไปไหนไม่ได้จริง ๆ

#17 By รีน (58.8.88.7) on 2008-08-06 10:05

เหอๆ เกิดเป็น ญ เนี้ยก็ลำบากนับแสน พันเท้าก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องหวังให้เจอชายที่เค้ามาเจอแล้วถูกใจอีก โหจะสบาย ตายดีก่า question

#16 By • OxyGenYoYo • on 2008-08-06 09:56

เรื่องเล่าแถมท้ายนี่แถมกลิ่นด้วยรึเปล่าเนี่ย

เหมือนจะนึกกลิ่นออก (OxO)
แค่เห็นก็น่ากลัวแล้ววัยรุ่น

#14 By การ์ตูน (125.27.116.47) on 2008-08-06 08:44

Hot! ลำบากแท้

#13 By -+***coconutgirl***+- on 2008-08-06 08:01

เคยดูสารคดีนี้คะ เห็นแล้วปวดเท้าเลย ทำไมเพศหญิงโดนกดขี่แบบนี้เนียะ angry smile

#12 By Cotton on 2008-08-06 06:08

อ่า แค่อ่านก็นึกกลิ่นออก เอิ๊กกก

#11 By (^_^)/nana on 2008-08-06 01:28