ต่อจาก Entry ที่แล้ว (ล่อซะข้ามเดือน) คดีดังกล่าวเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ศาลตัดสินเรียบร้อย จขบ. จึงสามารถนำข้อมูลของคดีมาลงได้ซะที เฮ่อ...............กำลังไม่มีอะไรจะอัพบล็อกอยู่พอดี
 
ความเดิมต่อที่แล้ว (ทำเสียงแบบทีวีแชมป์เปี้ยน)
 
จขบ. เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทู้ดราม่าระดับตำนานต่อเนื่องเรื่องนึงเข้า ซึ่งต่อมามีคนฟ้องร้องต่อศาลว่ากระทู้ดราม่าอันนั้นมีเนื้อหาหมิ่นประมาท และศาลรับฟ้อง จึงเป็นคดีอาญาเข้า จขบ. จึงไปเป็นพยานฝ่ายจำเลย ไปขึ้นศาลในฐานะพยานมาเมื่อตอนเดือนกุมภาปีนี้เอง
 
ย้อนรอยดราม่า (ชื่อเรียกขานมีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อป้องกันตัวเอง)
 
ประมาณเดือนมีนาคม ปี 2553 ที่เว็บแสนติ๊บ ห้องก้นกะทะ มีหวานเย็นที่มีชื่อเสียงในห้องนั้นพอสมควร ได้วาดการ์ตูนล้อเลียนอีท่าไหนไม่รู้ แต่เจ้าตัวบอกว่าตูก็วาด"ท่านั่ง"นี่แหละ  และได้ลงการ์ตูนล้อเลียน เสียดสีสังคมนั้นลงในเว็บแสนติ๊บ  เนื้อหาการ์ตูนดังกล่าวเป็นที่ถูกใจของผู้พบเห็นหลายๆคนเข้า เนื่องจากเป็นความจริงที่หลายๆคนอาจจะเคยพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวมาก่อน ส่งผลให้กระทู้นั้นได้เป็นกระทู้ยิงแม็กอยู่สักพัก  
 
ต่อมากระทู้ดังกล่าวหายไป ไปโผล่อยู่ที่ห้องนอกเรื่องนอกราว  โดยเหตุผลว่า "เอ็งลงการ์ตูนในนี้ไม่ได้นะเว๊ย ผิดห้อง เอาไปลงที่อื่นไป๊" ต่อจากนั้นก็โดนลบจริงๆ
 
หวานเย็นผู้นั้นจึงนำการ์ตูนดังกล่าวไปแปะที่ห้องอื่น  ก็ยังโดนลบอีก  โดยเหตุผลที่ถูกลบคือ เพราะเป็นการ์ตูนที่มีการใช้คำหยาบคายเกินกว่าวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมนั้นจะยอมรับได้  ตามมาด้วยการละลายหวานเย็นทิ้ง
 
เรื่องราวดังกล่าวล่วงรู้ไปถึงหูเว็บแอดมินเป็นเกย์แห่งนึง เลยได้ลงเรื่องมาม่า และตามมาด้วยเรื่องมาม่าอีกหลายเรื่องตามมา เช่น ยากูซ่าคุมถิ่น หวานเย็นโดนละลายทิ้งเกลี้ยงตู้แช่
 
ส่วนจขบ.ไปเกี่ยวข้องตอนไหน? เรื่องของเรื่องก็คือ ตอนที่หวานเย็นคนดังกล่าวโดนลบการ์ตูนเพราะเหตุผลว่า ใช้คำได้หยาบคายต่อวัฒนธรรมอันดีงามนั้น ที่เว็บมาม่ามีการพูดกันว่า "งั้นถ้าเปลี่ยนเป็นภาษาสุภาพก็คงไม่โดนลบสินะ" จขบ.ตอนนั้นกำลังว่าง(อู้)งาน เกิดปิ๊งไอเดีย ลองแปลงภาษาไปหน้านึง  ปรากฏว่าไอ้ที่แปลงภาษาไป เกิดไปถูกใจหวานเย็นคนดังกล่าวเข้า  หวานเย็นคนดังกล่าวเลยขอให้แปลงหมดทั้งตอน แถมเอาไปแปะลงในเว็บแสนติ๊บให้ด้วยเอ้า
 
กระทู้ที่จขบ.แปะไปนั้น ได้ยิงแม๊กอยู่พักนึง และปัจจุบันยังคงอยู่ในซอกหลืบโกดังของเว็บแสนติ๊บอยู่
 
ต่อมา มีการแจ้งข่าวว่ามีคนฟ้องร้องหวานเย็นดังกล่าวด้วยข้อหาหมิ่นประมาท
 
คนที่ฟ้องร้องเป็นใคร? ในการ์ตูนนั้นจะมีตัวละครตัวนึง หน้าเหมือนคิวทาโร่แต่ไม่มีผม ไม่ก็เหมือนคนใส่หน้ากาก Hyottoko แต่บางคนก็บอกว่าหน้าเหมือนเป็ด แต่ตาคนเขียนบอกว่า "ผมวาดคิวทาโร่ต่างหาก แต่มันออกมาไม่เหมือน"
 
ไอ้ตัวในรูปนั่นแหละ
 
ตัวละครดังกล่าวมีท่าทางกระตุ้งกระติ้งเหมือนกระเทย(ตอนแรก จขบ. ก็นึกว่าผู้หญิง เพราะพูดดั๊น พูดเดี๊ยน)   ถือแก้วไวน์ ลวนลามพนักงานหญิง(อ้าว ผู้หญิงที่ไหนกันลวนลามผู้หญิง งั้นไอ้นี่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงน่ะสิ แม่งกระเทยนี่หว่า!!!) ทำหน้าที่พาคนไปกินบุฟแล้วรับหัวคิวจากโรงแรม จากร้าน ราวๆนั้น   
 
ซึ่งตอนแรกที่กระทู้นี้ได้ยิงแม็กก็มีคนมาคาดเดากันต่างๆนานาว่าตัวละครในเรื่องหมายถึงใคร ไม่มีใครรู้ว่าตัว
ละครที่เหมือน เป็ด/คิวทาโร่ นี่คือใคร จนกระทั่งมีหวานเย็นดังกล่าวออกมาร้องแรกแหกกระเฌอ ออกทำนองร้อนตัวนี่แหละ คนถึงรู้ว่าหมายถึงหวานเย็นคนนี้ ซึ่งคนที่ฟ้องร้องบอกว่า ไอ้ ตัวการ์ตูนตัวนี้มันหมายถึงตู มันล้อเลียนตู คนครึ่งค่อนประเทศอ่านการ์ตูนนี้แล้ว ยังไงๆก็รู้ว่าหมายถึงตู ซึ่งมันไม่จริง ไอ้นี่มันวาดการ์ตูนหมิ่นประมาทตู
 
จึงเกิดการร่างสำนวนฟ้องขึ้น มีการเอามาโพสท์โชว์ด้วย ซึ่งจขบ. ก็ได้เห็นไอ้สำนวนที่ว่านี้ด้วยแหละ รอบแรก ศาลไม่รับฟ้อง  ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะสำนวนที่เขียนนั่นสุดยอดมาก(ในหลายๆด้าน)
 
รอบสอง มีการจ้างทนายและร่างสำนวนคำฟ้องใหม่ ซึ่งศาลรับฟ้อง เพราะฝ่ายโจทก์มีพยานว่า มีคนที่เห็นการ์ตูนแล้วบอกได้ว่าหมายถึง ตัวโจทก์  ซึ่งก็เข้ากับหลักการฟ้องร้องเรื่องหมิ่นประมาทล่ะนะ
 
ในระหว่างนั้นมีการไกล่เกลี่ยกันระหว่างโจทก์กับจำเลย  เพื่อไม่ให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเวลาและเสียเงิน
 
( มีคำกล่าวว่า ถ้าต้องฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ยอมกินขี้ดีกว่า ซึ่งจขบ. เห็นด้วย ถ้าเป็นไปได้อย่าไปมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยครับ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา มันไม่ได้ตัดสิน ไต่สวนกับชึ่บฉับแบบศาลไคฟง แต่ยาวไปเป็นเดือนเป็นปี เสียเวลาทำมาหากิน) 
 
ฝ่ายโจทก์ยื่นข้อเสนอมาคือ เรียกร้องเงินห้าหมื่น กับลงขอโทษในหนังสือพิมพ์รายวัน 2 ฉบับ ติดต่อกัน 7 วัน
 
โหย ยังกะเป็นซุปตาร์แหน่ะ
 
ซึ่งศาลได้ยินจำนวนเงินก็อึ้ง แล้วบอกว่า คดีนี้ถึงชนะ ยังไงๆก็จ่ายไม่ถึง 5 หมื่นหรอกนะตัวเธอว์ ซึ่งไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการของศาล (ในระหว่างนี้มีการเปลี่ยนทนายจำเลย ซึ่งทนายคนใหม่นี่อย่างแรง)
 
ข้ามฟากมาปี 2554 เมื่อตอนราวๆเดือนมกรา จขบ. ได้รับการติดต่อมาจากจำเลยว่าขอให้ไปเป็นพยานในชั้นศาลให้หน่อย  หลังจากฟังเรื่องราวแล้ว จขบ. ก็ตอบตกลงว่าจะไปให้ (อ่ายรายละเอียดได้ที่ Entry ที่แล้ว)
 
( ฟังดูแล้วก็อาจจะแปลกๆซะหน่อย ว่าคนที่ไม่เคยรู้จักกันเลยเป็นการส่วนตัว แค่เคยแปลงภาษาในการ์ตูนให้นิดหน่อย แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยติดต่อ พูดคุยกันเลย ทำไมยอมไปขึ้นเป็นพยานให้  สงสัยเพราะเป็นคนเลือดกรุ๊ป AB แหงๆ เลย )
 
ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องว่า "จำเลยได้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทต่อตนเอง โดยการใส่ความโจทก์ ด้วยการกล่าวข้อความเท็จและภาพวาดอันเป็นเท็จต่อสาธารณชนทั่วไปผ่านทางระบบ อินเตอร์เน็ต (internet) โดยประการที่ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง"
 
แนวทางในการพิจารณาคดีหลักๆ มี 2 ข้อครับ คือ
1 การกระทำของจำเลยนั้น เป็นการกล่าวยืนยันข้อเท็จจริงหรือไม่ (ผมอ่านข้อความกฏหมายแล้วก็ยังงๆ แต่คงหมายความว่า ไอ้ที่เขียนไปเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ทำนองนี้ล่ะมั้ง)
2 คือ ภาพและเนื้อหาในการ์ตูนนั้น ทำให้ วิญญูชน ทั่วไป เห็นและเข้าใจว่าหมายถึงโจทก์หรือไม่ 
 
***หากคดียังไม่เป็นที่สิ้นสุดและพิจารณาตัดสิน จำเลยจะยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่***
 
ทีนี้มาลองฟังคำให้การและคำฟ้องดู
โจทก์กล่าวว่า ตัวละครในการ์ตูนดังกล่าวนั้นหมายถึงตน
* หน้าตาโจทก์เหมือนตัวละครในการ์ตูนมั้ย?
- โจทก์ตอบว่าไม่ (แหงล่ะ ใครจะหน้าเหมือนเป็ด/คิวทาโร่กัน)
 
* ทำงานเป็นคนนำทัวร์มาจากซัวเถาเหมือนในการ์ตูนไหม?
- โจทก์ตอบว่าไม่
 
* มีพฤติกรรมรับค่าหัวคิวจากร้าน?
- โจทก์ตอบว่าไม่
 
* มีพฤติกรรมเป็นกระเทยไหม?
- โจทก์ตอบว่าไม่
 
* มีพฤติกรรมลวนลามพนักงานของร้าน?
- โจทก์ตอบว่าไม่
 
แต่โจทก์บอกว่าไอ้ตัวละครตัวเนี๊ย มันหม